เบต้ากลูแคน 1,3-1,6 จากยีสต์ดำ ในรูปแบบเจล 
นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น











มหัศจรรย์ ป้องกันหวัด2009 เพิ่มภูมิผู้ติดเชื้อ HIV ต่อต้านมะเร็งร้าย เบาหวาน ไขข้อ โรคไต

กระตุ้นภูมิคุ้มกันร่างกาย ต่อต้านอนุมูลอิสระและป้องกันสารพัดโรคร้าย
มีคุณสมบัติเป็น “ใยอาหาร” (Dietary fiber) เป็นสารในกลุ่ม “พรีไบโอติก” (Prebiotic)
และเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จากประเทศญี่ปุ่น
ภายใต้ชื่อทางการค้า “มะโฮ” (มีลัษณะเป็นเจล)
นำเข้า โดยบริษัท cat.com ประเทศไทย จำกัด
และได้รับการรับรองมารตฐานจาก “สถาบันวิจัยคิตาซาโต” แห่งประเทศญี่ปุ่น
(ซึ่งเป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกโดยเฉพาะการวิจัย ด้านภูมิคุ้มกันวิทยา)
ได้รับการรับรองจาก “สคบ.” (สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคแห่งประเทศไทย)
และได้รับคำยืนยันจากผู้ใช้มากกว่า 10 ปี



การทำงานของ เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ “มะโฮ” กับการรักษาผู้ป่วยโรคต่างๆ

เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ “มะ โฮ” กับ เบาหวาน


เบต้ากลูแคนจัดเป็นใยอาหารที่ละลายน้ำ ชนิดหนึ่ง การรับประทานเบต้ากลูแคนในปริมาณที่

เหมาะสมจะช่วยผู้ป่วยโรคเบาหวานได้เพราะความหนืด ของใยอาหารทำให้การดูดซึมของอาหารใน

เลือดช้าลง ซึ่งจะลดระดับความต้องการของอินซูลินได้ และเบต้ากลูแคนยังมีส่วนช่วยในการฟื้นฟู

การทำงานของตับอ่อน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตอินซูลินได้ดีขึ้น


เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ “มะ โฮ” กับ เอซ ไอ วี


มีรายงานการวิจัยหลายรายงานที่รายงานถึง เบต้า-กลูแคนต่อระบบภูมิคุ้มกันร่างกายว่าสามารถ

กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันร่างกายได้ แต่อย่างไรก็ดีเบต้า-กลูแคนไม่สามารถ ป้องกันการติดเชื้อ เอช ไอ วี ได้

แต่อย่างใด เพราะการติดเชื้อไม่ได้มาจากอาหารแต่มาจากพฤติกรรมการร่วมเพศ และการติดต่อทางสาร

คัดหลั่งอื่นๆ แต่พบว่ามีรายงานถึงผู้ป่วยโรคเอดส์สามารถลดการเกิดการติดเชื้อฉวยโอกาสได้ เมื่อได้รับ

เบต้า-กลู แคน แต่กลไกการออกฤทธิ์ยังไม่แน่ชัด คาดว่าน่าจะมาจากการที่ เบต้า-กลูแคนสามารถกระตุ้น

ให้ระบบภูมิคุ้มกันผู้ป่วยทำงานได้ดีขึ้นทำให้ต่อ ต้านกับสิ่งแปลกปลอมที่รุกล้ำเข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้น จึงทำ

ให้มีชีวิตอยู่ได้นานขึ้นนั่นเอง และจากรูปจะเห็นเชื้อที่ทักพบได้บ่อยในผู้ป่วยเอดส์ก็คือการติดเชื้อราที่ ชื่อ

ว่า แคนดิด้า ซึ่งเชื้อราประเภทนี้พบได้บ่อยในช่องปากของคนปกติจะไม่ก่อให้เกิดโรค แต่ในผู้ป่วยเอช

ไอ วีนั้นจะเห็นว่ามีการก่อโรคทำให้เกิดการลอกตัวขาวของเยื่อบุช่องปาก อันเป็นผลทำให้ร่างกายผู้ป่วย

ไม่สามารถรับประทานอาหารได้ นำไปสู่การขาดสารอาหารและติดเชื้อฉวยโอกาสเสียชีวิตได้ง่ายขึ้น โดย

ได้มีรายงานการวิจัยของ Sato K และคณะ พบว่า เบต้า กลูแคนที่มาจากยีสต์ สามารถส่งข้อมูลกระตุ้นเม็ด

เลือดขาวที่ชื่อว่า neutrophil และ leukocyte ทำให้สกัดเชื้อราดังกล่าวได้ และนอกจากนี้โครงสร้างผนัง

เซลล์ของยีสต์ที่ให้ เบต้า กลูแคน เป็นสิ่งมีชีวิตตระกูลใกล้เคียงกับ เชื้อแคนดิด้า ทำให้กระตุ้นร่างกาย

ผู้ป่วยให้สร้างสารภูมิคุ้มกัน (anti-body) เข้ามาคอยช่วยป้องกันการติด เชื้อดังกล่าวได้อีกกลไกหนึ่งด้วย

นอกจากนี้ยังมีรายงานถึงการช่วยลดการติดเชื้อฉวย โอกาสที่เป็นปัญหาทำให้เกิดการเสียชีวิตสำคัญของ

ผู้ป่วยโรคเอดส์ ได้แก่

- Staphylococcus aureus ทำให้เกิดท้องเสีย อาหารเป็นพิษ และปอดบวมได้

- Candida albican ทำให้เกิดแผลในช่องปาก

- Pneumocystis carinii ทำให้เกิดโรคปอดบวม

- Listeria monocytogenes ทำให้เกิดโรค listeriosis ปอดบวม และแท้งลูกได้

- Influenza virus ทำให้เกิดไข้หวัดใหญ่ และปอดบวมได้

ดังนั้นการป้องกันโรคเอดส์ที่ดีที่สุดอยู่ที่ Safe sex และการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงเสมอ ไม่ทำตัว

เสี่ยงต่อการติดเชื้อ หากอยู่ในภาวะเสี่ยงก็ต้องรู้จักป้องกัน และเมื่อเป็นแล้วควรพบแพทย์ได้รับยาต้าน

ไวรัสตามที่แพทย์สั่งเพราะหากคลาดเคลื่อนเวลารับ ประทานยาไม่กี่นาทีก็ทำให้เชื้อดื้อยาได้ และที่สำคัญ

ควรดูแลด้านอาหารให้ร่างกายได้รับอาหารที่เป็น ประโยชน์โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารที่เพิ่มภูมิคุ้มกันเป็น

สิ่ง ที่จำเป็นกับผู้ป่วยมากที่สุด


เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ “มะ โฮ” กับ มะเร็ง



เป็นสารปรับระดับภูมิต้านทานโรค ช่วยกระตุ้นและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ภูมิ

ต้านทานของร่างกาย เมื่อเบต้ากลูแคนสัมผัสกับบริเวณเนื้อเยื่อหุ้มลำไส้ ระบบประสาทพาราซิมพา

เตติกจะเริ่มทำงาน ส่งผลต่อเซลล์ภูมิต้านทาน และเซลล์เม็ดเลือดขาวในร่างกายซึ่งจะทำหน้าที่สร้าง

สารไซโตไคน์ (Cytokine) เพื่อ ฆ่าและทำลายโครงสร้างเซลล์มะเร็ง อีกทั้งยังช่วยลดและป้องกันการเกิด

อนุมูลอิสระในร่างกาย (อนุมูลอิสระเป็นสารรบกวนการเจริญเติบโตและการทำงานของเซลล์ปกติ)

ดังนั้นผลจากการรับประทานเบต้ากลูแคน คือ เนื้องอกของมะเร็งจะค่อยๆ ลดขนาดเล็กลง และ

เซลล์มะเร็งที่เกิดใหม่จะลดลงด้วย นอกจากนี้การรักษามะเร็งด้วยวิธีต่างๆเช่น ผ่าตัดศัลยกรรม รังสี

รักษา หรือ เคมีบำบัด จะก่อให้เกิดอาการข้างเคียงหลายประการแก่ผู้ป่วย การทานเบต้ากลูแคนควบคู่

กับการรักษาจะช่วยให้ร่างกายของผู้ป่วยพร้อมรับ การรักษาได้ดีและสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว


เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ “มะ โฮ” กับ โรคไต


โดยทั่วไป ผู้ป่วยโรคไตจะต้องมีข้อปฏิบัติที่ต้องทำตามอย่างเคร่งครัดเพื่อลดความ เสี่ยงของ

อาการจากโรคไต เบต้ากลูแคนสามารถช่วยให้ผู้ป่วยควบคุมสภาพร่างกายให้อยู่ในสภาพที่

พร้อมรับการบำบัดได้ เช่นผู้ป่วยโรคไตที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง จะทำให้หลอดเลือดแดง

แข็งตัวและทำให้เลือดไม่สามารถเดินทางไปเลี้ยง เนื้อเยื่อไตได้ เบต้ากลูแคนจะช่วยลดระดับ

น้ำตาลในเลือดได้ (ดูที่โรคเบา หวาน) หรือ หากผู้ป่วยสามารถเพิ่มระดับการทำงานของภูมิ

ต้านทานร่างกายให้มีการตื่นตัวอยู่เสมอ จะช่วยลดการติดเชื้อที่ทางเดินปัสสาวะ ทำให้

ร่างกายสามารถจัดการกับเชื้อโรคที่เข้ามาได้อย่าง รวดเร็ว และลดความเสี่ยงในการติดเชื้อที่

อวัยวะอื่นๆ


เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ “มะ โฮ” กับ ภูมิแพ้


เบต้ากลูแคนทำหน้าที่ปรับระดับภูมิต้าน ทานโรคที่รวนผิดปกติ ยับยั้งปริมาณการสร้างสาร

แอนติบอดี้ เมื่อเบต้ากลูแคนถูกดูดซึมที่เยื่อบุผนังลำไส้ ส่งผลให้ระบบประสาทสั่งการและ

เซลล์ภูมิต้านทานจะเริ่มทำงานกำจัดเชื้อโรคและ สิ่งแปลกปลอม ช่วยเซลล์เม็ดเลือดขาว

ไม่ให้ทำงานหนักและยับยั้งการปล่อยอนุมูลอิสระออก มาทำร้ายเซลล์ร่างกาย จึงบรรเทาการ

ตอบสนองที่ผิดปกติและฟื้นฟูภูมิต้านทานได้ นอกจากนี้เบต้ากลูแคนในรูปเจลที่มีน้ำมาก จึง

มีประสิทธิภาพสูงในการให้ความชุ่มชื้น รักษาผิวจากความแห้ง และกระตุ้นการเกิดใหม่ของ

เซลล์ผิว ทั้งยังสามารถทาบริเวณบาดแผลจะบรรเทาอาการ ผื่น คัน ผิวหนังอักเสบได้


เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ “มะ โฮ” กับ โรคกรดไหลย้อน


เบต้ากลูแคนสามารถช่วยลดภาวะกรดไหลย้อน โดยเบต้ากลูแคนจะไปจับกรดเกลือ(HCL) ใน

กระเพาะอาหาร เพื่อป้องกันไม่ให้กรดไหลย้อนขึ้นมาที่บริเวณหลอดอาหาร และมีส่วนช่วยยับยั้งการ

เจริญของเชื้อ H. pylori ที่ สามารถเจริญและทนสภาวะกรดในกระเพาะอาหาร อันเป็นสาเหตุของการ

ติดเชื้อนำไปสู่โรคกระเพาะอาหารอักเสบ แผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ มะเร็งหลอดอาหาร และ

มะเร็งกระเพาะอาหาร สำหรับผู้ป่วยที่รักษาด้วยวิธีการรับประทานยากลุ่ม PPIs แนะนำให้เว้นช่วง

ระยะเวลาการรับประทานเบต้ากลูแคนห่างกับยา PPIs นานประมาณ 1 ชั่วโมง ทั้งนี้เพื่อป้องกันการจับ

ตัวกันระหว่างเบต้ากลูแคนกับยา PPIs และให้ยาออกฤทธิ์ได้อย่างเต็ม ประสิทธิภาพ


เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ “มะ โฮ” เพื่อสุขภาพผิว


เบต้ากลูแคนมีคุณสมบัติเป็นใยอาหาร ละลายน้ำ ดังนั้นจึงสามารถเก็บกักและอุ้มน้ำไว้ใน

โครงสร้างของมัน ช่วยให้เซลล์ผิวชุ่มชื้น มีน้ำหล่อเลี้ยง ปกป้องผิวจากความแห้งกร้าน ป้องกันการติด

เชื้อจุลินทรีย์ที่ผิวหนัง การเกิดมะเร็งไฝ ช่วยลดการซึมซาบของรังสียูวีเข้าสู่ผิวหนัง ป้องกันการสร้าง

เม็ดสีเมลานินซึ่งทำให้ผิวหมองคล้ำและเกิดจุดด่าง ดำ ป้องกันการแข็งตัวและกระตุ้นการสร้างเส้นใย

คอลลาเจน และอิลาสติน และทำงานร่วมกับเซลล์เม็ดเลือดในผิวหนัง ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวใหม


เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ “มะ โฮ” เป็นใยอาหาร


เบ ต้ากลูแคนเป็นใยอาหารชนิดละลายน้ำ มีลักษณะเจลเป็นโครงสร้างมีประจุ (ion) ในตัวมันเอง จึงสามารถจับกับ
โมเลกุลน้ำ ไขมัน หรืออนุมูลอิสระที่อยู่ในร่างกาย เมื่อถูกดูดซึมที่บริเวณเยื่อบุผนังลำไส้จะกระตุ้นการทำงานของลำใส้
กระตุ้นการ ขับถ่าย ดูดซับสารพิษในลำไส้ และสามารถอุ้มน้ำไว้ในโครงสร้างจึงเป็นการเพิ่มปริมาณน้ำในอุจจาระ
ที่มีเชื้อ โรคให้ขับถ่ายออกจากร่างกายได้ง่าย นอกจากนี้การที่ร่างกายไม่สามารถย่อยได้ จึงกลายเป็นอาหารของแบคทีเรีย
ในลำไส้ใหญ่ที่สร้างกรดแล็คติค แล้วไปยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียตัวร้าย เบต้ากลูแคนยังทำหน้าที่ดักจับไขมัน
และน้ำดีไว้ ในโครงสร้าง (น้ำดีผลิตจากคลอเลสเตอรอลในร่างกาย) จึงเป็นการช่วยดึงคลอเลสเตอรอลออกจากร่างการ
เพื่อมาผลิต น้ำดี ส่งผลให้ระดับคลอเลสเตอรอลในร่างกายลดลง

หลายคนคงสงสัยว่า “ทำไมต้องเป็นเจล?”
ก็เพราะ ร่างกายของคนเราประกอบด้วยน้ำมากถึง 70% การดูดซึม สารที่เป็นของเหลวอย่างเจลจึงทำได้ง่ายและรวดเร็วมากกว่า นอกจากนี้ เบต้ากลูแคน ที่ผ่านกระบวนการผลิต เช่น การทำให้เป็นผง (Freeze Dry) จะสามารถยึดระยะเวลาการเก็บรักษาได้, มีน้ำหนักเบา, ประหยัดเนื้อที่และลดต้น ทุนค่าบรรจุภัณฑ์ แต่กลับไม่สามารถรักษาคุณค่าซึ่งกระตุ้นการทำงานของระบบในร่างกายได้

หรือหากผ่านกระบวนการอบแห้ง ตัวของเบต้ากลูแคนจะถูกทำลาย และยากที่จะทำให้เบต้ากลูแคนคืนรูปกลับมาเหมือนเดิม
ด้วยเหตุนี้ เราจึงเลือกพัฒนาเบต้ากลูแคน จากยีสต์ดำ เพราะเป็นเบต้ากลูแคนเพียงประเภทเดียวที่เกิดจากยีสต์ดำสร้างขึ้นมาพันรอบๆ ตัวเอง มีลักษณะเป็นเจล ตั้งแต่แรกเริ่ม ไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการอัดแห้ง ป่นให้เป็นผง หรืออัดเม็ด ใดๆทั้งสิ้น เราจึงพูดได้เต็มปากว่า คุณค่าของเบต้ากลูแคน จากยีสต์ดำยังคงสภาพดั้งเดิมตามที่ได้รับจากธรรมชาติ 100%


ลักษณะเด่นของ “มะโฮ”


1. “มะโฮ” มีส่วนผสมของใยอาหาร “เบต้ากลูแคน” ซึ่งมีส่วนช่วยกระตุ้นการทำงานของภูมิต้านทานโรคในร่างกาย
2. “มะโฮ” มีลักษณะเป็นของเหลวแบบเจล ร่างกายจึงสามารถดูดซึมไปใช้งานได้ง่ายและรวดเร็ว
3. “มะโฮ” มาจากธรรมชาติ 100% มีเพียงกระบวนการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนเท่านั้นที่กระทำโดยมนุษย์
4. “มะโฮ” เกิดขึ้นจากการเพาะเลี้ยง ยีสต์ดำตามธรรมชาติในสัดส่วนส่วนผสมของสารอาหารที่เป็นมาตรฐาน (แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ที่ได้ จากพืช เพราะการเปลี่ยนแปลงของ สภาพแวดล้อม อุณหภูมิ ฯลฯ เป็นผลทำให้สารอาหารที่ผสมอยู่เปลี่ยนแปลงไป) ไม่ว่าใครก็สามารถรับประทาน “มะโฮ” ได้ ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงอายุ
5. “มะโฮ” ใน 1 กล่อง มีทั้งหมด 30 ซอง ใน 1 ซอง มีปริมาณของ เบต้ากลูแคน 15 ml



 บอกเล่าประสบการณ์จากผู้ใช้เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ

 












 แผนการตลาด แคทส์ดอทคอม
















































 



มะโฮ เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ
เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำคืออะไร?
เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ (β-Glucan) หรือมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ได้แก่ Aureobasidium คือสารประกอบประเภทน้ำตาลหลายโมเลกุล ชนิดหนึ่ง (Polysaccharide) ซึ่งได้รับจากการเพาะเลี้ยงยีสต์ดำด้วยอาหารที่มีส่วนผสมของซูโครส, รำข้าว, วิตามินซี ฯลฯ ผสมกับน้ำที่อุดมด้วย แร่ธาตุโดยยีสต์ดำจะสร้างใยอาหาร เบต้ากลูแคนขึ้นมาพันรอบๆตัวเอง คำว่ากลูแคนเป็นชื่อเรียกการเรียงตั...วของ น้ำตาลกลูโคส โดย
มีโครงสร้างการเรียงตัว คือเลข 1,3 เป็นการเรียงตัวของโซ่หลัก ส่วนเลข1,6 คือการเรียงตัวของโซ่ข้าง

ส่วน ประสิทธิภาพของเบต้ากลูแคนที่สำคัญ คือ เพิ่มพลังต้านทานโรคในร่างกาย, ฟื้นฟูภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติ, ลดระดับคอเลสเตอรอลและน้ำตาลในเลือด และยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ต่างๆได้อย่างมี ประสิทธิภาพ

เบต้ากลูแคนในรูปแบบเจลของแคทส์ดอทคอม

หลายคนคงสงสัยว่า “ทำไมต้องเป็นเจล?”
ก็ เพราะร่างกายของคนเราประกอบด้วยน้ำมากถึง 70% การดูดซึมสารที่เป็นของเหลวอย่างเจลจึงทำได้ง่ายและรวดเร็วมากกว่า นอกจากนี้ เบต้ากลูแคน ที่ผ่านกระบวนการผลิต เช่น การทำให้เป็นผง (Freeze Dry) จะสามารถยึดระยะเวลาการเก็บรักษาได้, มีน้ำหนักเบา, ประหยัดเนื้อที่และลดต้นทุนค่าบรรจุภัณฑ์ แต่กลับไม่สามารถรักษาคุณค่าซึ่งกระตุ้นการทำงานของระบบในร่างกายได้

หรือหากผ่านกระบวนการอบแห้ง ตัวของเบต้ากลูแคนจะถูกทำลาย และยากที่จะทำให้เบต้ากลูแคนคืนรูปกลับมาเหมือนเดิม
ด้วย เหตุนี้ เราจึงเลือกพัฒนาเบต้ากลูแคน จากยีสต์ดำ เพราะเป็นเบต้ากลูแคนเพียงประเภทเดียวที่เกิดจากยีสต์ดำสร้างขึ้นมาพันรอบๆ ตัวเอง มีลักษณะเป็นเจล ตั้งแต่แรกเริ่ม ไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการอัดแห้ง ป่นให้เป็นผง หรืออัดเม็ด ใดๆทั้งสิ้น เราจึงพูดได้เต็มปากว่า คุณค่าของเบต้ากลูแคน จากยีสต์ดำยังคงสภาพดั้งเดิมตามที่ได้รับจากธรรมชาติ 100%


16 คำถาม กับ เบต้ากลูแคน

1. Q: มะโฮคืออะไร

A: คือเบต้ากลูแคนที่มีโครงสร้าง “β 1,3-1,6 Glucan” เกิดจากการเพาะเลี้ยงยีสต์ดำ “Aureobasidium” ด้วยอาหารที่มีส่วนผสมของซูโครส รำข้าว วิตามินซี ผสมกับน้ำที่อุดมด้วยแร่ธาตุ ผลิตจากธรรมชาติ 100 % มีลักษณะเป็นของเหลวแบบเจล

2. Q: เบต้ากลูแคนคืออะไร
A: เบต้ากลูแคน คือสารประกอบประเภทน้ำตาลหลายโมเลกุลชนิดหนึ่ง เป็นใยอาหารที่ช่วยในระบบการย่อยอาหาร และระบบขับถ่าย เบต้ากลูแคน ประกอบขึ้นจากน้ำตาลกลูโคส ซึ่งเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว กลูแคนหรือน้ำตาลกลูโคสนั้น แบ่งออกเป็น อัลฟากลูแคน และเบต้ากลูแคน ผลิตภัณฑ์ “มะโฮ” ของบริษัทแคทส์ ดอท คอม เป็นสารประเภทเบต้าที่สกัดจากยีสต์ดำหรือที่เรียกว่า “เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ” ซึ่งเบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำนี้เป็นโครงสร้างชนิดเบต้า 1,3 -1,6 กลูแคน

* กลูโคส คือน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวที่มีขนาดเล็กที่สุด ร่างกายสามารถเปลี่ยนรูปเป็นพลังงานออกมาใช้ได้ทันที
* ซูโครส คือน้ำตาลโมเลกุลคู่ เป็นน้ำตาลที่ใช้ในการประกอบอาหารโดยทั่วไป
* น้ำตาลหลายโมเลกุล ประกอบขึ้นจากน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว ตั้งแต่ 10 โมเลกุลขึ้นไป พบในกลูแคน เพกติน หรือเดกซ์-ตริน (สารประกอบคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่ง) เป็นต้น

3. Q: เบต้ากลูแคน พบได้จากที่ไหน
A: เบต้ากลูแคน พบได้ในพืชบางชนิด เช่น เห็ด ผักสมุนไพรต่างๆ (โสม ชะเอมเทศ ฯลฯ) ยีสต์ (ยีสต์ดำ ยีสต์ขนมปัง) และราเส้นใย เป็นต้น สำหรับเบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ เกิดจากการเพาะเลี้ยงยีสต์ดำโดยเฉพาะ ซึ่งตัวยีสต์ดำจะสร้างใยอาหารเบต้ากลูแคนบริสุทธิ์ที่มีโครงสร้างเบต้า1,3 -1,6 กลูแคนขึ้นมาในรูปแบบเจล

4. Q:เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ และเบต้ากลูแคนที่พบในเห็ด ต่างกันหรือไม่ อย่างไร
A: เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำและเบต้ากลูแคนที่พบในเห็ดเป็นโครงสร้าง1,3 -1,6 กลูแคนเหมือนกัน ส่วนความแตกต่างคือ เห็ดเป็นสมุนไพรที่มีสารอาหารและคุณประโยชน์มากมายหลายชนิดและหนึ่งในสาร เหล่านั้นคือ เบต้ากลูแคน จริงอยู่ที่ผู้บริโภครับประทานเห็ดแล้วจะได้รับสารเบต้ากลูแคน แต่จะได้รับในปริมาณที่น้อยกว่าการรับประทานเบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ และในบางรายอาจเกิดอาการแพ้สารบางชนิดในเห็ดที่ทานเข้าไป ดังนั้นผู้ที่รับประทานเบต้ากลูแคนที่สกัดจากยีสต์ดำ ร่างกายจะได้รับเฉพาะสารเบต้ากลูแคนบริสุทธิ์จากธรรมชาติ 100% และปราศจากผลข้างเคียงต่อร่างกาย

5. Q:ใครบ้างที่ควรบริโภคเบต้ากลูแคน
A: “เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ” ของบริษัทแคทส์ ดอท คอม เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ “ไม่ใช่ยารักษาโรค”
อยู่ ในรูปเจล สะดวก รับประทานง่าย ดังนั้นไม่ว่าใครก็สามารถรับประทานเพื่อบำรุงสุขภาพได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีอาการของโรคภูมิแพ้ ผู้ป่วยภาวะติดเชื้อ ผู้เข้ารับการบำบัดรักษามะเร็งด้วยวิธีผ่าตัด ยาเคมี ฉายรังสี ผู้ที่เสี่ยงภาวะโรคหัวใจ ช่วยสมานรอยบาดแผล ลดการอักเสบ ชะลอริ้วรอยก่อนวัยจากการสัมผัส มลภาวะ รังสียูวี สารพิษที่ปนเปื้อนในอาหาร นอกจากนี้ยังสามารถนำมาใช้กับสัตว์ ช่วยให้สัตว์ฟื้นจากอาการป่วยได้อย่างรวดเร็ว

6. Q:ควรบริโภคเบต้ากลูแคนในปริมาณเท่าไร และเวลาไหนที่เหมาะกับการบริโภคเบต้ากลูแคน
A: ใน 1 วันควรรับประทานเบต้ากลูแคนอย่างน้อย 2-3 ซอง ตามปกติเราสามารถทานมะโฮได้ทุกช่วงเวลา แต่เพื่อรักษาประสิทธิภาพการทำงานของเบต้ากลูแคน ช่วงเวลาที่เหมาะสมควรรับประทานตอนท้องว่างจึงจะได้ผลดีที่สุด อาจเป็น เวลาเช้าหรือก่อนนอน สาเหตุเนื่องมาจาก

* เวลาเช้า หลังจากตื่นนอนเป็นช่วงเวลาที่กระเพาะอาหารและระบบลำไส้ไม่ต้องทำงานหนักใน การย่อยอาหาร เบต้ากลูแคนจะถูกดูดซึมที่บริเวณเยื่อบุลำไส้เล็ก ซึ่งเป็นการกระตุ้นระบบภูมิต้านทานโรคได้ดี
* เวลาก่อนนอน ขณะที่ร่างกายนอนหลับพักผ่อน ระบบเซลล์ต่างๆรวมถึงภูมิต้านทานในร่างกายจะทำงานอย่างเต็มที่ เบต้ากลูแคนจะช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของภูมิต้านทานในการต่อสู้เชื้อ โรค สิ่งแปลกปลอมและซ่อมแซมเซลล์ส่วนต่างๆของร่างกายให้แข็งแรง อีกทั้งยังช่วยป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระที่มาจากการทำงานหนักมากเกินไปของ เซลล์ร่างกาย

7. Q:ลักษณะกลิ่นและรสชาติของเบต้ากลูแคนเป็นอย่างไร รับประทานยากหรือไม่
A: รสชาติของเบต้ากลูแคนกล่าวไม่ได้ว่าอร่อย แต่เนื่องจากปราศจากการเจือปนสีและกลิ่นสังเคราะห์ จึงไม่มีกลิ่นและรส สามารถรับประทานได้โดยง่าย รสชาติจะอมเปรี้ยวเล็กน้อยแทบไม่มีรส กลิ่นคล้ายน้ำมันมะพร้าวซึ่งเป็นกลิ่นธรรมชาติจากยีสต์ดำ

8. Q:เบต้ากลูแคนใช้ประกอบอาหารได้หรือไม่
A: เนื่องจากเบต้ากลูแคนสามารถทนความร้อนสูงโดยไม่สูญเสียคุณค่าทางโภชนาการ ดังนั้นสามารถนำมาประกอบอาหารได้ และเนื่องจากไม่มีกลิ่นและรส จึงไม่ทำให้กลิ่นและรสชาติของอาหารผิดแปลกไปจากเดิม นอกจากนี้ลักษณะที่เป็นเจลจะทำให้อาหารมีความเนียนนุ่มมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้เรายังสามารถใช้เบต้ากลูแคนเพื่อประกอบอาหาร ตัวอย่างเช่น อาหารประเภทต้ม นึ่ง ผัด หุงข้าว ทำน้ำซุป เป็นต้น

9. Q:รับประทานเบต้ากลูแคนแล้วก่อให้เกิดผลข้างเคียงหรือไม่
A: เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำได้มาจากธรรมชาติและไม่ใช่ยารักษาโรค จึงไม่ก่อให้เกิดอาการข้างเคียงแต่อย่างใด

10. Q:สามารถรับประทานเบต้ากลูแคนควบคู่กับยาที่ใช้อยู่เป็นประจำได้หรือไม่
A: เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำเป็นสารประกอบจำพวกใยอาหาร จึงไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ สามารถรับประทานร่วมกับยาได้เช่นเดียวกับอาหารประเภทอื่นๆ แต่เพื่อความมั่นใจแนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์

11. Q:การรับประทานมะโฮพร้อมกับการดื่มนมจะมีผลอย่างไร
A: ส่วนประกอบหลักของนมเป็นสารจำพวกโปรตีน เมื่อดื่มนมพร้อมกับมะโฮ นมจะไปเคลือบบริเวณผนังกระเพาะอาหารและลำไส้ ซึ่งขัดขวางการดูดซึมของมะโฮผ่านเข้าสู่ผนังลำไส้ หากต้องการดื่มนม ควรเว้นช่วงระยะเวลาห่างจากการทานมะโฮประมาณ 1-2 ชั่วโมง

12. Q:หญิงตั้งครรภ์สามารถรับประทานเบต้ากลูแคนได้หรือไม่
A: เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำเป็นสารประกอบน้ำตาลหลายโมเลกุลมีคุณค่าทางโภชนาการ จึงเชื่อมั่นได้ว่าปลอดภัยต่อทารกในครรภ์

13. Q:เด็กทารกสามารถรับประทานมะโฮ (เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ) ได้หรือไม่
A: เบต้ากลูแคนเป็นน้ำตาลหลายโมเลกุลที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ส่วนประกอบที่สำคัญคือ น้ำ เบต้ากลูแคน และวิตามินซี มีคุณสมบัติเป็นใยอาหาร จึงไม่ก่อให้เกิดผลอันตรายต่อเด็ก โดยเฉพาะในเด็กที่หย่านมแล้ว (การให้เบต้ากลูแคนในเด็กทารกสามารถ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของพ่อแม่)

14. Q:เบต้ากลูแคนปลอดภัยและน่าเชื่อถือหรือไม่
A: เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำได้รับการรับรองคุณภาพจาก สถาบันคิตะซาโตะ ซึ่งเป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงในเรื่องวัคซีนและภูมิคุ้มกัน สถาบันอิสระซึ่งทำการวิเคราะห์โครงสร้างระดับโมเลกุลของสารที่มีอยู่ใน ผลิตภัณฑ์ (เบต้า-กลูแคน) กระทรวงสุขภาพ แรงงานและสวัสดิการแห่งประเทศญี่ปุ่น

15. Q:หลังจากเปิดซองแล้วเบต้ากลูแคนอยู่ได้นานเท่าไร และวิธีเก็บรักษาเป็นอย่างไร
A: ควรเก็บไว้ในที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงแสงแดด ความชื้นและอุณหภูมิสูง ซึ่งกระบวนการผลิตมะโฮจะไม่มีการเติมวัตถุเจือปนหรือสารกันบูดลงในผลิตภัณฑ์ ดังนั้นควรรับประทานมะโฮให้หมดซองต่อการบริโภคหนึ่งครั้ง สำหรับซองที่เปิดแล้วแต่ยังรับประทานไม่หมดแนะนำให้เก็บมิดชิดไว้ในตู้เย็น และควรใช้ให้หมดภายใน 7 วัน

16. Q:เบต้ากลูแคนมีสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ปนเปื้อนอยู่หรือไม่
A: เบต้ากลูแคนประกอบด้วย ของเหลวเพาะเชื้อ Aureobasidium (ยีสต์ ดำที่สร้างสารเบต้า-กลูแคน) และวิตามินซีที่มีคุณค่าทางโภชนาการ จึงมั่นใจได้ว่าไม่มีสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือมีสารอื่นปนเปื้อนอยู่
สุขภาพทางเลือก เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ ดีที่สุดในโลก ที่มนุษย์เคยค้นพบ นำเข้าจากญี่ปุ่น
Betaglucan the world' s most powerful Immune booster known to man
มหัศจรรย์ ป้องกันไข้หวัด ต่อต้านโรคมะเร็งร้าย โรคเบาหวาน ไขมันอุดตันในหลอดเลือด
ไขข้อ โรคไต ตับอักเสบ ปอดบวม แผลผ่าตัด เชื้อรา ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย ด้วยเบต้ากลูแคน 1,3-1,6
จากยีสต์ดำ มะโฮ เพิ่มภูมิผู้ติดเชื้อเอดส์ ลดอาการติดเชื้อต่างๆ ลดอาการแพ้ สมานแผลสด เรื้อรัง
รอยไหม้ต่างๆได้อย่างรวดเร็ว รักษาความชุ่มชื้น ฟื้นฟูสภาพผิว ลบเลือนริ้วรอย จุดด่างดำ



ขนาด 30 ซอง ราคาพิเศษ กล่องละราคา 2,500 บาท

จากราคาปกติ 4,000 บาท

ขนาด 6 ซอง ราคาพิเศษ กล่องละราคา 500 บาท