เบต้ากลูแคน 1,3-1,6 จากยีสต์ดำ ในรูปแบบเจล
นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น
มหัศจรรย์ ป้องกันหวัด2009 เพิ่มภูมิผู้ติดเชื้อ HIV ต่อต้านมะเร็งร้าย เบาหวาน ไขข้อ โรคไต
กระตุ้นภูมิคุ้มกันร่างกาย ต่อต้านอนุมูลอิสระและป้องกันสารพัดโรคร้าย
มีคุณสมบัติเป็น “ใยอาหาร” (Dietary fiber) เป็นสารในกลุ่ม “พรีไบโอติก” (Prebiotic)
และเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จากประเทศญี่ปุ่น
ภายใต้ชื่อทางการค้า “มะโฮ” (มีลัษณะเป็นเจล)
นำเข้า โดยบริษัท cat.com ประเทศไทย จำกัด
และได้รับการรับรองมารตฐานจาก “สถาบันวิจัยคิตาซาโต” แห่งประเทศญี่ปุ่น
(ซึ่งเป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกโดยเฉพาะการวิจัย ด้านภูมิคุ้มกันวิทยา)
ได้รับการรับรองจาก “สคบ.” (สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคแห่งประเทศไทย)
และได้รับคำยืนยันจากผู้ใช้มากกว่า 10 ปี
การทำงานของ เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ “มะโฮ” กับการรักษาผู้ป่วยโรคต่างๆ
เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ “มะ โฮ” กับ เบาหวาน
เบต้ากลูแคนจัดเป็นใยอาหารที่ละลายน้ำ ชนิดหนึ่ง การรับประทานเบต้ากลูแคนในปริมาณที่
เหมาะสมจะช่วยผู้ป่วยโรคเบาหวานได้เพราะความหนืด ของใยอาหารทำให้การดูดซึมของอาหารใน
เลือดช้าลง ซึ่งจะลดระดับความต้องการของอินซูลินได้ และเบต้ากลูแคนยังมีส่วนช่วยในการฟื้นฟู
การทำงานของตับอ่อน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตอินซูลินได้ดีขึ้น
เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ “มะ โฮ” กับ เอซ ไอ วี
มีรายงานการวิจัยหลายรายงานที่รายงานถึง เบต้า-กลูแคนต่อระบบภูมิคุ้มกันร่างกายว่าสามารถ
กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันร่างกายได้ แต่อย่างไรก็ดีเบต้า-กลูแคนไม่สามารถ ป้องกันการติดเชื้อ เอช ไอ วี ได้
แต่อย่างใด เพราะการติดเชื้อไม่ได้มาจากอาหารแต่มาจากพฤติกรรมการร่วมเพศ และการติดต่อทางสาร
คัดหลั่งอื่นๆ แต่พบว่ามีรายงานถึงผู้ป่วยโรคเอดส์สามารถลดการเกิดการติดเชื้อฉวยโอกาสได้ เมื่อได้รับ
เบต้า-กลู แคน แต่กลไกการออกฤทธิ์ยังไม่แน่ชัด คาดว่าน่าจะมาจากการที่ เบต้า-กลูแคนสามารถกระตุ้น
ให้ระบบภูมิคุ้มกันผู้ป่วยทำงานได้ดีขึ้นทำให้ต่อ ต้านกับสิ่งแปลกปลอมที่รุกล้ำเข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้น จึงทำ
ให้มีชีวิตอยู่ได้นานขึ้นนั่นเอง และจากรูปจะเห็นเชื้อที่ทักพบได้บ่อยในผู้ป่วยเอดส์ก็คือการติดเชื้อราที่ ชื่อ
ว่า แคนดิด้า ซึ่งเชื้อราประเภทนี้พบได้บ่อยในช่องปากของคนปกติจะไม่ก่อให้เกิดโรค แต่ในผู้ป่วยเอช
ไอ วีนั้นจะเห็นว่ามีการก่อโรคทำให้เกิดการลอกตัวขาวของเยื่อบุช่องปาก อันเป็นผลทำให้ร่างกายผู้ป่วย
ไม่สามารถรับประทานอาหารได้ นำไปสู่การขาดสารอาหารและติดเชื้อฉวยโอกาสเสียชีวิตได้ง่ายขึ้น โดย
ได้มีรายงานการวิจัยของ Sato K และคณะ พบว่า เบต้า กลูแคนที่มาจากยีสต์ สามารถส่งข้อมูลกระตุ้นเม็ด
เลือดขาวที่ชื่อว่า neutrophil และ leukocyte ทำให้สกัดเชื้อราดังกล่าวได้ และนอกจากนี้โครงสร้างผนัง
เซลล์ของยีสต์ที่ให้ เบต้า กลูแคน เป็นสิ่งมีชีวิตตระกูลใกล้เคียงกับ เชื้อแคนดิด้า ทำให้กระตุ้นร่างกาย
ผู้ป่วยให้สร้างสารภูมิคุ้มกัน (anti-body) เข้ามาคอยช่วยป้องกันการติด เชื้อดังกล่าวได้อีกกลไกหนึ่งด้วย
นอกจากนี้ยังมีรายงานถึงการช่วยลดการติดเชื้อฉวย โอกาสที่เป็นปัญหาทำให้เกิดการเสียชีวิตสำคัญของ
ผู้ป่วยโรคเอดส์ ได้แก่
- Staphylococcus aureus ทำให้เกิดท้องเสีย อาหารเป็นพิษ และปอดบวมได้
- Candida albican ทำให้เกิดแผลในช่องปาก
- Pneumocystis carinii ทำให้เกิดโรคปอดบวม
- Listeria monocytogenes ทำให้เกิดโรค listeriosis ปอดบวม และแท้งลูกได้
- Influenza virus ทำให้เกิดไข้หวัดใหญ่ และปอดบวมได้
ดังนั้นการป้องกันโรคเอดส์ที่ดีที่สุดอยู่ที่ Safe sex และการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงเสมอ ไม่ทำตัว
เสี่ยงต่อการติดเชื้อ หากอยู่ในภาวะเสี่ยงก็ต้องรู้จักป้องกัน และเมื่อเป็นแล้วควรพบแพทย์ได้รับยาต้าน
ไวรัสตามที่แพทย์สั่งเพราะหากคลาดเคลื่อนเวลารับ ประทานยาไม่กี่นาทีก็ทำให้เชื้อดื้อยาได้ และที่สำคัญ
ควรดูแลด้านอาหารให้ร่างกายได้รับอาหารที่เป็น ประโยชน์โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารที่เพิ่มภูมิคุ้มกันเป็น
สิ่ง ที่จำเป็นกับผู้ป่วยมากที่สุด
เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ “มะ โฮ” กับ มะเร็ง
เป็นสารปรับระดับภูมิต้านทานโรค ช่วยกระตุ้นและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ภูมิ
ต้านทานของร่างกาย เมื่อเบต้ากลูแคนสัมผัสกับบริเวณเนื้อเยื่อหุ้มลำไส้ ระบบประสาทพาราซิมพา
เตติกจะเริ่มทำงาน ส่งผลต่อเซลล์ภูมิต้านทาน และเซลล์เม็ดเลือดขาวในร่างกายซึ่งจะทำหน้าที่สร้าง
สารไซโตไคน์ (Cytokine) เพื่อ ฆ่าและทำลายโครงสร้างเซลล์มะเร็ง อีกทั้งยังช่วยลดและป้องกันการเกิด
อนุมูลอิสระในร่างกาย (อนุมูลอิสระเป็นสารรบกวนการเจริญเติบโตและการทำงานของเซลล์ปกติ)
ดังนั้นผลจากการรับประทานเบต้ากลูแคน คือ เนื้องอกของมะเร็งจะค่อยๆ ลดขนาดเล็กลง และ
เซลล์มะเร็งที่เกิดใหม่จะลดลงด้วย นอกจากนี้การรักษามะเร็งด้วยวิธีต่างๆเช่น ผ่าตัดศัลยกรรม รังสี
รักษา หรือ เคมีบำบัด จะก่อให้เกิดอาการข้างเคียงหลายประการแก่ผู้ป่วย การทานเบต้ากลูแคนควบคู่
กับการรักษาจะช่วยให้ร่างกายของผู้ป่วยพร้อมรับ การรักษาได้ดีและสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว
เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ “มะ โฮ” กับ โรคไต
โดยทั่วไป ผู้ป่วยโรคไตจะต้องมีข้อปฏิบัติที่ต้องทำตามอย่างเคร่งครัดเพื่อลดความ เสี่ยงของ
อาการจากโรคไต เบต้ากลูแคนสามารถช่วยให้ผู้ป่วยควบคุมสภาพร่างกายให้อยู่ในสภาพที่
พร้อมรับการบำบัดได้ เช่นผู้ป่วยโรคไตที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง จะทำให้หลอดเลือดแดง
แข็งตัวและทำให้เลือดไม่สามารถเดินทางไปเลี้ยง เนื้อเยื่อไตได้ เบต้ากลูแคนจะช่วยลดระดับ
น้ำตาลในเลือดได้ (ดูที่โรคเบา หวาน) หรือ หากผู้ป่วยสามารถเพิ่มระดับการทำงานของภูมิ
ต้านทานร่างกายให้มีการตื่นตัวอยู่เสมอ จะช่วยลดการติดเชื้อที่ทางเดินปัสสาวะ ทำให้
ร่างกายสามารถจัดการกับเชื้อโรคที่เข้ามาได้อย่าง รวดเร็ว และลดความเสี่ยงในการติดเชื้อที่
อวัยวะอื่นๆ
เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ “มะ โฮ” กับ ภูมิแพ้
เบต้ากลูแคนทำหน้าที่ปรับระดับภูมิต้าน ทานโรคที่รวนผิดปกติ ยับยั้งปริมาณการสร้างสาร
แอนติบอดี้ เมื่อเบต้ากลูแคนถูกดูดซึมที่เยื่อบุผนังลำไส้ ส่งผลให้ระบบประสาทสั่งการและ
เซลล์ภูมิต้านทานจะเริ่มทำงานกำจัดเชื้อโรคและ สิ่งแปลกปลอม ช่วยเซลล์เม็ดเลือดขาว
ไม่ให้ทำงานหนักและยับยั้งการปล่อยอนุมูลอิสระออก มาทำร้ายเซลล์ร่างกาย จึงบรรเทาการ
ตอบสนองที่ผิดปกติและฟื้นฟูภูมิต้านทานได้ นอกจากนี้เบต้ากลูแคนในรูปเจลที่มีน้ำมาก จึง
มีประสิทธิภาพสูงในการให้ความชุ่มชื้น รักษาผิวจากความแห้ง และกระตุ้นการเกิดใหม่ของ
เซลล์ผิว ทั้งยังสามารถทาบริเวณบาดแผลจะบรรเทาอาการ ผื่น คัน ผิวหนังอักเสบได้
เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ “มะ โฮ” กับ โรคกรดไหลย้อน
เบต้ากลูแคนสามารถช่วยลดภาวะกรดไหลย้อน โดยเบต้ากลูแคนจะไปจับกรดเกลือ(HCL) ใน
กระเพาะอาหาร เพื่อป้องกันไม่ให้กรดไหลย้อนขึ้นมาที่บริเวณหลอดอาหาร และมีส่วนช่วยยับยั้งการ
เจริญของเชื้อ H. pylori ที่ สามารถเจริญและทนสภาวะกรดในกระเพาะอาหาร อันเป็นสาเหตุของการ
ติดเชื้อนำไปสู่โรคกระเพาะอาหารอักเสบ แผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ มะเร็งหลอดอาหาร และ
มะเร็งกระเพาะอาหาร สำหรับผู้ป่วยที่รักษาด้วยวิธีการรับประทานยากลุ่ม PPIs แนะนำให้เว้นช่วง
ระยะเวลาการรับประทานเบต้ากลูแคนห่างกับยา PPIs นานประมาณ 1 ชั่วโมง ทั้งนี้เพื่อป้องกันการจับ
ตัวกันระหว่างเบต้ากลูแคนกับยา PPIs และให้ยาออกฤทธิ์ได้อย่างเต็ม ประสิทธิภาพ
เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ “มะ โฮ” เพื่อสุขภาพผิว
เบต้ากลูแคนมีคุณสมบัติเป็นใยอาหาร ละลายน้ำ ดังนั้นจึงสามารถเก็บกักและอุ้มน้ำไว้ใน
โครงสร้างของมัน ช่วยให้เซลล์ผิวชุ่มชื้น มีน้ำหล่อเลี้ยง ปกป้องผิวจากความแห้งกร้าน ป้องกันการติด
เชื้อจุลินทรีย์ที่ผิวหนัง การเกิดมะเร็งไฝ ช่วยลดการซึมซาบของรังสียูวีเข้าสู่ผิวหนัง ป้องกันการสร้าง
เม็ดสีเมลานินซึ่งทำให้ผิวหมองคล้ำและเกิดจุดด่าง ดำ ป้องกันการแข็งตัวและกระตุ้นการสร้างเส้นใย
คอลลาเจน และอิลาสติน และทำงานร่วมกับเซลล์เม็ดเลือดในผิวหนัง ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวใหม
เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ “มะ โฮ” เป็นใยอาหาร
เบ ต้ากลูแคนเป็นใยอาหารชนิดละลายน้ำ มีลักษณะเจลเป็นโครงสร้างมีประจุ (ion) ในตัวมันเอง จึงสามารถจับกับ
โมเลกุลน้ำ ไขมัน หรืออนุมูลอิสระที่อยู่ในร่างกาย เมื่อถูกดูดซึมที่บริเวณเยื่อบุผนังลำไส้จะกระตุ้นการทำงานของลำใส้
กระตุ้นการ ขับถ่าย ดูดซับสารพิษในลำไส้ และสามารถอุ้มน้ำไว้ในโครงสร้างจึงเป็นการเพิ่มปริมาณน้ำในอุจจาระ
ที่มีเชื้อ โรคให้ขับถ่ายออกจากร่างกายได้ง่าย นอกจากนี้การที่ร่างกายไม่สามารถย่อยได้ จึงกลายเป็นอาหารของแบคทีเรีย
ในลำไส้ใหญ่ที่สร้างกรดแล็คติค แล้วไปยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียตัวร้าย เบต้ากลูแคนยังทำหน้าที่ดักจับไขมัน
และน้ำดีไว้ ในโครงสร้าง (น้ำดีผลิตจากคลอเลสเตอรอลในร่างกาย) จึงเป็นการช่วยดึงคลอเลสเตอรอลออกจากร่างการ
เพื่อมาผลิต น้ำดี ส่งผลให้ระดับคลอเลสเตอรอลในร่างกายลดลง
หลายคนคงสงสัยว่า “ทำไมต้องเป็นเจล?”
ก็เพราะ ร่างกายของคนเราประกอบด้วยน้ำมากถึง 70% การดูดซึม สารที่เป็นของเหลวอย่างเจลจึงทำได้ง่ายและรวดเร็วมากกว่า นอกจากนี้ เบต้ากลูแคน ที่ผ่านกระบวนการผลิต เช่น การทำให้เป็นผง (Freeze Dry) จะสามารถยึดระยะเวลาการเก็บรักษาได้, มีน้ำหนักเบา, ประหยัดเนื้อที่และลดต้น ทุนค่าบรรจุภัณฑ์ แต่กลับไม่สามารถรักษาคุณค่าซึ่งกระตุ้นการทำงานของระบบในร่างกายได้
หรือหากผ่านกระบวนการอบแห้ง ตัวของเบต้ากลูแคนจะถูกทำลาย และยากที่จะทำให้เบต้ากลูแคนคืนรูปกลับมาเหมือนเดิม
ด้วยเหตุนี้ เราจึงเลือกพัฒนาเบต้ากลูแคน จากยีสต์ดำ เพราะเป็นเบต้ากลูแคนเพียงประเภทเดียวที่เกิดจากยีสต์ดำสร้างขึ้นมาพันรอบๆ ตัวเอง มีลักษณะเป็นเจล ตั้งแต่แรกเริ่ม ไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการอัดแห้ง ป่นให้เป็นผง หรืออัดเม็ด ใดๆทั้งสิ้น เราจึงพูดได้เต็มปากว่า คุณค่าของเบต้ากลูแคน จากยีสต์ดำยังคงสภาพดั้งเดิมตามที่ได้รับจากธรรมชาติ 100%
ลักษณะเด่นของ “มะโฮ”
1. “มะโฮ” มีส่วนผสมของใยอาหาร “เบต้ากลูแคน” ซึ่งมีส่วนช่วยกระตุ้นการทำงานของภูมิต้านทานโรคในร่างกาย
2. “มะโฮ” มีลักษณะเป็นของเหลวแบบเจล ร่างกายจึงสามารถดูดซึมไปใช้งานได้ง่ายและรวดเร็ว
3. “มะโฮ” มาจากธรรมชาติ 100% มีเพียงกระบวนการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนเท่านั้นที่กระทำโดยมนุษย์
4. “มะโฮ” เกิดขึ้นจากการเพาะเลี้ยง ยีสต์ดำตามธรรมชาติในสัดส่วนส่วนผสมของสารอาหารที่เป็นมาตรฐาน (แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ที่ได้ จากพืช เพราะการเปลี่ยนแปลงของ สภาพแวดล้อม อุณหภูมิ ฯลฯ เป็นผลทำให้สารอาหารที่ผสมอยู่เปลี่ยนแปลงไป) ไม่ว่าใครก็สามารถรับประทาน “มะโฮ” ได้ ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงอายุ
5. “มะโฮ” ใน 1 กล่อง มีทั้งหมด 30 ซอง ใน 1 ซอง มีปริมาณของ เบต้ากลูแคน 15 ml
บอกเล่าประสบการณ์จากผู้ใช้เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ























